วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ครั้งที่ 16 วันที่ 26 เมษายน 2562 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย





     สำหรับคาบนี้อาจารย์ได้สอนต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว ในเรื่องของหลักการจัดเตรียมอาหารที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย
#ข้อควรคำนึง
1.การจัดอาหารที่มีประโยชน์
2.เป็นอาหารที่มีคุณค่า
3.การจัดอาหารที่ประหยัด
    อาหารที่มีประโยชน์ คืออาหารที่เมื่อเด็กรับประทานเข้าไปแล้วอาหารนั้นจะถูกย่อยและได้สารอาหารที่จำเป็นแก่ร่างกาย
#ลักษณะอาหารที่มีประโยชน์
1.เป็นอาหารที่สดและใหม่
2.เป็นอาหารที่ถูกสุขลักษณะ
3.เป็นอาหารที่ผ่านการปรุงรสถูกต้อง
4.ผู้ปรุงอาหารต้องเป็นผู้ที่มีสุขอานามัยดี ไม่เป็นโรคติดต่อ
   

     พอเรียนเสร็จอาจารย์ได้ให้แบ่งกลุ่มกลุ่มละ 8 คน ในการจัดทำอาหารหลัก และอาหารว่างอย่างล่ะ 1 อย่าง ในอาทิตหน้า โดยให้นำวัสดุอุปกรณ์ในการทำอาหารมาเอง 

รูปภาพเพิ่มเติม




    และในช่วงสุดท้ายของการเรียนอาจารย์ได้ให้นำเสนอแผ่นผับที่เราจัดทำมา โดยแผ่นผับที่ดิฉันทำเกี่ยวกับ โภชนาการสำหรับเด็ก
>>โภชนาการสำหรับเด็กสำคัญอย่างไร<<

โภชนาการสำหรับเด็กนั้น ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก สำหรับเด็กวัย 3 ถึง 6 ปี เป็นช่วงวัยที่กำลังเจริญเติบโตและมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง อาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่จะต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะการที่เด็กได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ร่างกายก็จะเจริญเติบโตได้สมวัย ช่วยการบำรุงสมองเพื่อการเรียนรู้ต่อไป

สารอาหารที่เหมาะสำหรับเด็กวัย 3-6 ปี


สารอาหารประเภทโปรตีน : เนื้อสัตว์ นม ไข่ เมล็ดถั่วหรือธัญพืช มีส่วนสำคัญสำหรับการพัฒนาของร่างกายและสมองของเด็กในวัยนี้ รวมทั้งช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยสร้างเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย ให้พลังงานและช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย
สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต : ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน และผลิตภัณฑ์จากข้าว-แป้ง เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ช่วยทำให้เด็กวัยนี้มีกำลังและแรงในการเคลื่อนไหว เพื่อประกอบกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ได้ตลอดเวลา
สารอาหารประเภทเกลือแร่ : พืช ผักชนิดต่างๆ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและมีความต้านทานโรค มักอยู่ในส่วนต่างๆ ของผัก เช่น ใบ ดอก ผล ลำต้น หัวเหง้า นอกจากนี้ใบของผักยังมีไฟเบอร์ใยอาหาร ช่วยในเรื่องระบบการขับถ่าย และสร้างการหมุนเวียนของระบบทางเดินอาหารให้ดียิ่งขึ้น
สารอาหารประเภทวิตามิน : ผลไม้ต่างๆ ช่วยบำรุงสุขภาพของผิวหนังให้สดใส รวมถึงช่วยให้ระบบการย่อยและการขับถ่ายเป็นปกติ ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรง มีความต้านทานโรคสูง
สารอาหารประเภทไขมัน : ไขมันจากพืชและสัตว์ เป็นสารอาหารที่สำคัญ เพราะนอกจากจะให้พลังงานแล้ว ยังให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และช่วยในเรื่องการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินดี และวิตามินเค ช่วยป้องกันการกระทบกระเทือนของอวัยวะภายใน

สารอาหารวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นสำหรับเด็ก

กรดโอเมก้า 3 หรือ DHA : ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู และอาหารอื่นๆ เช่น นม ไข่ และ เนื้อสัตว์เนื้อแดง DHA เป็นส่วนสำคัญของสมองและ จอประสาทตา ที่ช่วยให้สมองส่วน Cerebral cortex – ทำหน้าที่ด้านความทรงจำ การใช้เหตุและผล การเรียนรู้ ควบคุมกล้ามเนื้อ และสายตาให้พัฒนาเชื่อมโยงกันได้ดี จึงมีผลต่อพัฒนาการทางสมองและการมองเห็น
โฟเลตและวิตามินบี 12 :  พบได้ในตับ เนื้อสัตว์ ไข่แดง กะปิ เต้าเจี้ยวและอื่นๆ มีส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดงแล้ว ส่งเสริมการทำงานของระบบประสาท หากขาดวิตามินบี 12 อาจทำให้เด็กมีความจำสั้น แขนขาอ่อนแรง และมีอารมณ์แปรปรวนได้
โคลีน : จากไข่แดง ตับ เนื้อไก่ หอย นม ผักใบเขียว พืชหัว และผลไม้รสเปรี้ยว – ทำหน้าที่เป็นสารสื่อข่าวและข้อมูลระหว่างเซลล์ในสมอง เพิ่มพลังสมอง
ธาตุเหล็ก : อาหารพวก เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ไข่แดง เพื่อสร้างฮีโมโกลบินซึ่งเป็นสารที่ให้สีของเม็ดเลือดแดง จะเป็นตัวส่งออกซิเจนในเลือดจากปอดไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่างกายให้แข็งแรง และเอนไซม์ ที่ช่วยในการต่อการเจริญเติบโต การทำงานทางด้านสมองและการเรียนรู้ของเด็กอีกด้วย
ไอโอดีน : พบได้ในอาหารทะเล เกลืออนามัย สารประกอบที่สำคัญของไทรอยด์ฮอร์โมน – ช่วยในด้านการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมอง เด็กที่ขาดธาตุไอโอดีนจะมีการเจริญเติบโตช้า เฉื่อยชา และระดับสติปัญญาต่ำได้
รูปภาพเพิ่มเติม







ประเมินอาจารย์
 
อาจารย์สอนได้เข้าใจ และได้รับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโถชนาการของเด็กที่เด็กควรได้รับ

ประเมินเพื่อน


เพื่อนๆให้ความร่วมมือในการฟังเพื่อน 
นำเสนอแผ่นพับได้ดี

ประเมินตนเอง

 ตั้งใจเรียน และฟังเพื่อนนำเสนอแผ่นพับ






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น